สยามคูโบต้า เปิดฟาร์มต้นแบบ 220 ไร่ จ.ชลบุรี ใช้เทคโนโลยีไอโอที สร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ ครบวงจร 1 เดียวในภูมิภาคอาเซียน คาดเสร็จสมบูรณ์ ส.ค.นี้


     การผลักดันนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในระยะต่อไปจะมีการพัฒนาการเกษตรด้วยเทคโนโลยี โดยมีการใช้เทคโนโลยีกับสายธุรกิจจากฟาร์มถึงผู้บริโภค ซึ่งจะใช้เครื่องมือและเครื่องจักรในการผลิต เช่น หุ่นยนต์ โดรน จีพีเอส รวมถึงมีการควบคุมสายพันธุ์ การวางระบบโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซ มาใช้ในการเกษตร สมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภาคการเกษตรปัจจุบันและอนาคตต้องปรับตัวเข้าสู่การเกษตรแม่นยำ ซึ่งต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ ดังนั้น คูโบต้าคอปอเรชั่น จำกัด จึงใช้พื้นที่ 220 ไร่ ใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เปิดคูโบต้าฟาร์ม เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนรู้ และทดลอง ใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน คาดว่าจะรองรับเกษตรกรได้ทั้งไทยและอาเซียน รวมทั้งภาคการเกษตรต้องเผชิญภาวะโลกร้อน ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดภัยแล้งต่อเนื่องยาวนานกว่าเดิม บางมีน้ำท่วม และเกษตรกรส่วนใหญ่สูงอายุ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุทำให้กิจกรรมภาคการเกษตรทำได้ยากขึ้น และผลผลิตที่ได้ไม่มีคุณภาพ แต่ต้นทุนสูง ขายได้ราคาต่ำ ดังนั้นคูโบต้าที่เชี่ยวชาญเครื่องจักรกลการเกษตร จึงนำโจทย์มาวิจัยผลิตเครื่องจักรให้เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลไทยที่ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวเป็นแปลงใหญ่ เพื่อร่วมกันปลูก รวมกันขาย รวมกันใช้เครื่องจักร เพื่อสร้างผลผลิตที่ได้มาตรฐาน ตามความต้องการของตลาด “การจัดตั้ง KUBOTA Farm มีจุดเริ่มต้นมาจากที่เราคำนึงถึงความต้องการของเกษตรกรเป็นหลัก มุ่งหวังให้เกษตรกรเข้าถึงทุกนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ผ่านการลงมือทำและเห็นด้วยตาตนเอง จึงพัฒนาคูโบต้า ฟาร์ม ตั้งแต่เดือน ม.ค.2561 ต่อยอดจากแนวคิด KUBOTA (Agri) Solutions หรือ KAS ที่เป็นการจัดการเกษตรกรรมครบวงจรของคูโบต้า“ ระบบ KAS ประกอบด้วยเทคนิคการเพาะปลูกผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร มีระบบจัดการฟาร์มที่ช่วยในการวางแผน ปฏิบัติการ ตรวจสอบ และปรับปรุงแก้ไขในการทำการเกษตร รวมถึงการใช้โดรนฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ทดแทนแรงงานคน โดยนำเสนอเทคโนโลยี loT (Internet of Things) และหุ่นยนต์ ช่วยลดแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแม่นยำมากขึ้น เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ ผลผลิตและรายได้ ช่วยยกระดับและสร้างมาตรฐานเกษตรกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก และช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรรวมถึงสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกรไทย

ที่มา